
สำหรับมือใหม่หัดขับหรือผู้ที่กำลังเตรียมตัวเปลี่ยนยางรถยนต์ชุดใหม่ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือวิธีดูขนาดยางรถยนต์ เพื่อให้สามารถเลือกซื้อยางได้อย่างถูกต้องตรงตามสเปกของรถ เพราะยางรถยนต์แต่ละขนาดมีมาตรฐานและค่าดัชนีการรับแรงที่แตกต่างกัน หากเลือกใช้ยางผิดขนาดหรือผิดสเปก ไม่เพียงแต่จะทำให้ยางใส่เข้ากับล้อแม็กไม่ได้ หรือทำให้ระบบช่วงล่างและเข็มไมล์ทำงานคลาดเคลื่อนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย วันนี้ เน็กเซ็นได้รวบรวมวิธีอ่านตัวเลขบนแก้มยางรถยนต์ฉบับเข้าใจง่ายมาฝากกัน
วิธีดูขนาดยางรถยนต์ฉบับมือใหม่ จำไว้แค่ 3 ชุดตัวเลขหลัก!

บริเวณแก้มยางรถยนต์จะมีชุดตัวเลขและตัวอักษรปั๊มนูนระบุไว้อย่างชัดเจน โดยชุดตัวเลขสำคัญที่บ่งบอกขนาดของยางจะจัดเรียงในรูปแบบมาตรฐานสากล เช่น 225/60R18 100H ซึ่งคุณสามารถนำชุดตัวเลขนี้ไปค้นหาสเปกยางตามเว็บไซต์ ค้นหาขนาดขอบยาง หรือแจ้งกับร้านยางเพื่อสั่งซื้อได้ถูกต้อง
ตัวเลขบนแก้มยางหมายถึงอะไรบ้าง

เมื่อลองสังเกตตัวอย่างสเปกยาง 225/60R18 100H บนแก้มยาง ตัวเลขและตัวอักษรแต่ละตำแหน่งจะมีความหมายเฉพาะตัว ดังนี้
- 225 (หน้ากว้างยาง) : ความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสพื้นถนน มีหน่วยวัดเป็น มิลลิเมตร (มม.) ในที่นี้คือหน้ายางกว้าง 225 มม.
- 60 (ซีรีส์/ความสูงแก้มยาง) : อัตราส่วนความสูงของแก้มยาง คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ (%) ของหน้ากว้างยาง ในที่นี้แก้มยางสูง 60% ของ 225 มม. (เท่ากับ 135 มม.)
- R (โครงสร้างยาง) : บ่งบอกประเภทโครงสร้างภายในของยาง โดย R ย่อมาจาก Radial (ยางเรเดียล) ซึ่งเป็นโครงสร้างมาตรฐานของยางรถยนต์ยุคปัจจุบัน

- 18 (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางล้อ) : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อแม็กที่ใช้ร่วมกันได้ มีหน่วยวัดเป็น นิ้ว หรือที่มักเรียกกันติดปากว่ายางขอบ 18 นิ้ว
- 100 (ดัชนีการรับน้ำหนัก – Load Index) : รหัสตัวเลขแสดงความสามารถในการรับน้ำหนักสูงสุดต่อยาง 1 เส้น โดยตัวเลข 100 หมายถึง สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุด 800 กิโลกรัม/เส้น
- H (ดัชนีความเร็วสูงสุด – Speed Symbol) : ตัวอักษรแสดงขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่ยางทนได้ปลอดภัย โดยอักษร H หมายถึง รองรับความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง
วิธีอ่านรหัส DOT / สัปดาห์และปีที่ผลิตยาง
นอกจากขนาดและดัชนีสมรรถนะแล้ว บนแก้มยางยังมีชุดรหัสสากลที่เรียกว่า รหัส DOT เพื่อระบุวัน เดือน ปีที่ผลิตยางเส้นนั้น ๆ ซึ่งช่วยให้เราตรวจสอบอายุการใช้งานของยางได้อย่างแม่นยำขึ้น
รหัส DOT จะแสดงเป็นตัวเลข 4 หลักอยู่ในกรอบวงรีเล็กๆ บริเวณแก้มยาง เช่น “2526”
- เลข 2 หลักแรก (25) : บ่งบอกถึง สัปดาห์ที่ผลิต ในปีนั้น ๆ (สัปดาห์ที่ 25 หรือช่วงประมาณเดือนมิถุนายน)
- เลข 2 หลักหลัง (24) : บ่งบอกถึง ปี ค.ศ. ที่ผลิต (ค.ศ. 2024)
ดังนั้น ยางที่มีรหัส DOT 2526 จึงหมายถึง ยางที่ผลิตในสัปดาห์ที่ 25 ของปี 2026 นั่นเอง หากตรวจเช็กแล้วพบว่ายางของคุณมีอายุการผลิตเกิน 3–5 ปี หรือเสื่อมสภาพจนเนื้อยางแข็งกระด้าง แนะนำให้รีบเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย และหมดห่วงจากการใช้ยางเสื่อมสภาพโดยไม่รู้ตัว
วิธีดูแลรักษายางรถยนต์ให้ใช้งานได้ดีตามอายุการใช้งาน

เมื่อเลือกขนาดยางได้ถูกต้องแล้ว การดูแลรักษายางอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและคุ้มค่าที่สุด โดยมีแนวปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบลมยางเป็นประจำ : เติมลมยางให้อยู่ในค่ามาตรฐานตามที่ระบุไว้ข้างเสาประตูฝั่งคนขับ อย่างน้อยเดือนละ 1–2 ครั้ง
- ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินเกณฑ์ : หลีกเลี่ยงการบรรทุกสิ่งของหนักเกินกว่าค่าดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) ของยาง
- สลับยางตามระยะทาง : ควรนำรถเข้าสลับยางทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร เพื่อให้ดอกยางทุกเส้นสึกหรอเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ
- หมั่นตรวจเช็กศูนย์ถ่วงล้อ : ตั้งศูนย์ถ่วงล้อเมื่อรู้สึกว่าพวงมาลัยเอียงหรือรถมีอาการแฉลบ เพื่อลดการสึกหรอผิดปกติของหน้ายาง
- ขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม : หลีกเลี่ยงการออกตัวกระชาก การเบรกรุนแรง หรือการขับตกหลุมบ่อด้วยความเร็วสูง
สรุปเกี่ยวกับวิธีการดูขนาดยางรถยนต์
การอ่านชุดตัวเลขและรหัสบนแก้มยางไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงจดจำโครงสร้าง หน้ากว้าง / ความสูงแก้มยาง / ขนาดขอบล้อ / ดัชนีรับน้ำหนักและระดับความเร็ว รวมถึง รหัส DOT สัปดาห์ปีที่ผลิต คุณก็จะทราบสเปกยางที่เหมาะสมกับรถคู่ใจได้ทันที และช่วยให้เลือกซื้อยางได้อย่างมั่นใจ
สัมผัสความนุ่มนวลเหนือระดับไปกับเน็กเซ็น ได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ ShopeeLazada และ TikTok Shop
พิเศษ! รับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น/ใบเสร็จ และลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับขนาดยางรถยนต์
สามารถใส่ยางที่มีขนาดต่างจากสเปกเดิมของโรงงานได้หรือไม่
สามารถเปลี่ยนได้ แต่ควรควบคุมให้เส้นผ่านศูนย์กลางรวมของยางใหม่ใกล้เคียงกับยางเดิมมากที่สุด (ไม่ควรต่างเกิน +/- 2–3%) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่ออัตราเร่ง ระบบเบรก และความเที่ยงตรงของเข็มไมล์วัดความเร็ว
ตัวอักษรบนแก้มยางอย่าง R, ZR หรือ XL มีความหมายต่างกันอย่างไร
ตัวอักษรเหล่านี้บอกถึงโครงสร้างและคุณสมบัติพิเศษของยาง โดย R หมายถึงยางโครงสร้างเรเดียลทั่วไป ZR หมายถึงยางเรเดียลสมรรถนะสูงที่รองรับความเร็วได้เกิน 240 กม./ชม. และ XL (Extra Load) หมายถึงยางที่เสริมโครงสร้างแก้มยางให้ทนทานและรับน้ำหนักได้มากกว่ายางปกติ
หากยางรถยนต์ผลิตมาเกิน 2-3 ปี แต่ยังเป็นยางใหม่ ยังซื้อมาใส่ได้หรือไม่
ยางใหม่เก่าเก็บที่จัดเก็บในคลังสินค้าอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่โดนแดดและความร้อนสูง ยังคงคุณภาพพร้อมใช้งานได้ตามปกติ แต่ผู้ใช้รถควรได้รับการประเมินส่วนลดราคาที่เหมาะสม และหมั่นตรวจเช็กสภาพเนื้อยางเมื่อเข้าสู่อายุการใช้งานปีที่ 3 หลังติดตั้ง